บทที่ 2 2
“ว่าไง” เสียงเข้มถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่โทรมาหาเขาในเวลานี้
“ทำไมทำเสียงแบบนั้นละเพื่อน งานมีปัญหาหรือไงหรือว่ามีปัญหาเรื่องสาวๆ เพลาๆ ลงบ้างก็ได้นะ เดี๋ยวไม่ทันมีเมียให้คุณหญิงแม่ได้อุ้มหลานกันพอดี”
“นายคงไม่ได้โทรมากวนประสาทฉันเล่นใช่ไหมไคล์ ไม่งั้นนายโดนดีแน่”
ไคล์ คอทนี่ นักธรุกิจหนุ่มเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มหาเศรษฐีหนุ่มหล่อเพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเด็กของไรอันท์ทั้งคู่เติบโตและเรียนจบมาด้วยกัน เหตุด้วยพ่อแม่ของทั้งคู่เป็นเพื่อนกันจึงทำให้ลูกๆ กลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปโดยปริยาย
“อย่าเพิ่งใจร้อนซิวะ ตอนนี้ฉันเครียดๆ นะก็เลยจะชวนนายไปคลายเครียดด้วยกันสักหน่อย”
“ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ลาสเวกัสนะไคล์ ฉันอยู่ประเทศไทยคงไปกับนายไม่ได้หรอก”
“ฉันรู้ว่านายอยู่ไทย ก็เลยตามมาพักผ่อนกับนายที่นี้ไง เห็นนายคุยว่าประเทศไทยสวยไม่ใช่เหรอ ฉันก็เลยถือโอกาสมาดูทำเลเผื่อขยายสาขามาเปิดที่ไทยด้วยไง ดีไหม”
“งั้นก็ดี เห็นนายบอกเครียดๆมีปัญหาอะไรหรือเปล่าหรือว่าไปทำใครท้องแล้วหนีมา คู่ควงคนล่าสุดกับสาวๆ ในสต็อกของนายคงกรี๊ดจนลาสเวกัสแตก” ไรอันท์พูดด้วยน้ำเสียงติดตลก ด้วยเพราะความหล่อของทั้งคู่ทำให้ได้ฉายาเพลย์บอยตัวพ่อด้วยกันทั้งคู่ จึงมีสาวๆ แวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย หวังจะจับพวกเขาเป็นไปเป็นสามี
“เปล่า นายก็รู้ว่าพวกเราป้องกันตัวเองอย่างดี เอาไว้เย็นนี้เรามาเจอกันละค่อยคุยดีกว่า”
“เรื่องที่นายจะพูดคงสำคัญมากสินะ ถึงลงทุนข้ามน้ำข้ามทะเลมาคุยกับฉันถึงนี่”
“สำคัญถึงชีวิตเลยละ แล้วเราจะไปเจอกันที่ไหนวะ”
“ทุ่มหนึ่งเจอกันที่...” ไรอันท์บอกจุดหมายให้แก่เพื่อนสนิท ซึ่งเป็นผับไฮโซของประเทศไทย เป็นสถานที่ที่ทั้งคู่ชอบไปใช้เวลาผ่อนคลายหรือหาคนคลายเหงาเวลาค่ำคืน
สองสาวใช้บริการรถแท็กซี่ในการเดินทางไปผับไฮโซที่พี่โป้งลงทุนจัดเลี้ยงฉลองวันเกิดตนเองให้กับสาวๆหนุ่มๆในแผนกบัญชี เมื่อไปถึงก็พบกับบัญชา กาญจนา ดาราภา มณีกาญและจักรกฤษ ยืนรออยู่ที่หน้าผับ เพื่อรอทุกคนเข้าไปพร้อมกัน
“สองสาวทำไมมาช้าจัง พี่รอจนขาแข็งละนะ ต้องเก็บกำลังขาไว้เต้นอีกนะยะ” เสียงกาญจนาหรือพี่กุ้ง ดังมาเป็นคนแรกที่เห็นณิตากับอลิสาลงจากแท็กซี่แล้วตรงไปรวมกลุ่ม
“ขอโทษคะ เราสองคนแวะไปซื้อของขวัญให้พี่โป้งนะค่ะ”ณิตาตอบกาญจนาตามความจริงด้วยใบหน้าสำนึกผิด
“ขอบใจมากละกันนะตา แอม”บัญชารุ่นพี่ใหญ่สุดในกลุ่มบอกพร้อมกับรับของขวัญจากมือของ ณิตาไปถือไว้
“มาครบองค์ประชุมแล้วคะพี่โป้ง เราจะเข้ากันไปข้างในได้หรือยังคะ เสียงดนตรีมันเรียกร้องจุ๊บแจงแล้วนะ” เสียงดาราภาหรือจุ๊บแจงเจ้าแม่ขาแดนส์เอ่ยเร่งทุกคนให้เข้าไปข้างในผับ เพราะยืนรอฟังเสียงดนตรีข้างนอกจนอยากจะออกเต้นมันตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าไม่ติดว่าข้างนอกตรงนี้มีแสงไฟส่องสว่างจนเห็นหน้ากันชัดแจ๋ว เธอคงเต้นไม่เกรงใจใครไปแล้ว
“งั้นพวกเราก็เข้าไปข้างในกันเถอะเดี๋ยวจะไม่มีที่นั่ง”บัญชาเอ่ยชวนทุกคนก่อนจะเดินนำขบวนเข้าไปในร้านที่เปิดเพลงเสียงดังจนบางครั้งตะโกนคุยกันยังไม่ได้ยิน
โชคเข้าข้างเมื่อเจอชุดโซฟาที่ทำให้คนทั้งเจ็ดสามารถนั่งด้วยกันได้ ซึ่งเป็นมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ไม่รอช้าสมาชิกทั้งจึงหย่อนสะโพกลงไปจับจองที่กันอย่างรวดเร็ว
ไรอันท์มาถึงที่ผับก่อนเวลานัดเล็กน้อย สำหรับเขาที่ไม่ชอบลงไปเบียดเสียดกับพวกนักเต้นด้านล่าง ครอสที่รู้นิสัยเจ้านายของตนดีจึงเปิดห้องวีไอพีที่มีกระจกมองเห็นภายในร้านเบื้องล่างได้ทั้งหมด แล้วนั่งรอเพื่อนสนิทอยู่ในห้องด้านบน
มือใหญ่ถือแก้วบรรจุน้ำสีอำพันชั้นดีแกว่งไปมาเพื่อเพิ่มปฏิกิริยาน้ำแข็งให้ละลายไปกับเหล้าชั้นดีในมือ โดยมีมือขวาและบอดิการ์ดสองคนคอยคุ้มกันอยู่ในห้อง ส่วนที่เหลือให้คอยอยู่ที่รถเพราะไม่อยากจะให้เป็นที่สะดุดตามากจนเกินไป
“มาเร็วดีนิ” ไคล์เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับส่งเสียงทักทายเพื่อนสนิท
“นายบอกว่ามีธุระสำคัญจะคุยกับฉันไง ฉันก็เลยรีบมา ตกลงว่าเรื่องสำคัญของนายเป็นเรื่องอะไร” ไรอันท์เอ่ยทันทีเมื่อเพื่อนรักนั่งเก้าอี้ด้านข้างที่จัดไว้ให้ก่อนจะรินเหล้าใส่แก้วให้อีกฝ่ายเป็นการเชื้อเชิญ มองดูผู้คนมากมายมาปลดปล่อยความเครียดหรือมาแสวงหาความสุขเบื้องล่างในยามค่ำคืน
“เฮ้อ..มาดามลิลลี่นะสิยื่นคำขาดให้ฉันหาเมียให้ได้ภายในเดือนนี้ ไม่งั้นจะตัดแม่ตัดลูกกับฉัน” ไคล์เปิดอกคุยกับไรอันท์ทันทีถึงเรื่องหนักอก มาดามลิลลี่ คอทนี่เป็นคุณแม่ยังสวยแม้จะจะอยู่ในวัยห้าสิบเจ็ดปี
“จริงหรอวะ ถึงขนาดนั้นเลยเหรอแล้วพ่อนายว่าไงบ้าง”
“จะว่าไงละ พ่อก็ต้องตามใจเข้าข้างมาดามอยู่แล้วนายก็รู้ๆ อยู่ว่าพ่อรักแม่มากแค่ไหนบอกว่าอยากจะอุ้มหลานเร็วๆ” มิสเตอร์จอนนี่ คอทนี่ บิดาของไคล์ผู้ซึ่งวางมือจากธุรกิจทุกอย่างเพื่อให้ลูกชายเข้ามาดำเนินกิจการแทน ได้ชื่อว่ารักและเทิดทูนภรรยาของตนเองมาก
